個人檔案>>*+ JiNgO +*<<相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
3 October จากวันนี้ เพลงเพราะดีเนอะ
เคยมีบางคนเข้ามาทำให้ชั้นเชื่อใจ...ว่ารักชั้นเหลือเกิน
พอจะจิงจังก้อเปลี่ยนไป ทุกคี้งไม่เหลือใคร รักชั้นจิงสักคน
เจอแต่ความผิดหวังจนตัวชั้นก้อท้อใจ...
สอบเสดแล้วล่ะ....
คืนนี้จะไปฉลองสอบเสร็จ หลังจากที่ไม่ได้ไป dance มานาน แต่ยังมึนๆ กะชีวิต ว่าจะไปทางไหนดี สับสน งงๆ
วันที่5-7 ต.ค.นี้ เราจะงดติดต่อกับทุกคนชั่วคราวนะ จะไปถือศีลที่วัดละ ละทางโลก เข้าทางธรรมดีก่า ปัญาเยอะนัก หวังว่าเราจะทนได้กับ 3 วันนี้เนอะ เหอะๆ
แล้วเป็นยังไงจะมาเมาท์หั้ยฟังนะคะ
13 September ขอบคุณจิงๆขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้นะ... เราไม่มั่นใจว่า เทอจะทำดีแบบนี้ได้นานแค่ไหน อยากให้เทอเป็นเทอให้มากที่สุด อย่าพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา หรือเพื่ออะไรที่เทออยากได้ เพราะเราเชื่อว่า หากเป็นเช่นนั้น อีกไม่นาน เทอต้องเปลี่ยนไปแน่ๆ ถึงเวลานั้น อาจมีแต่สิ่งที่แย่ๆ มีแต่ความเสียใจ เราดีจัยที่มีคนหวังดี มีคนคอยห่วงใย เราจะให้เทอได้พิสูจน์ตัวเอง ขอใช้เวลาดูความตั้งใจของเทอหน่อยละกันนะ ยังไง เราก้อเป็นเพื่อนกัน อย่าไปคิดถึงอนาคตว่ามันจะเกิดอะไร อยากให้เทอ ทำในสิ่งที่เทออยากทำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป.... แต่เราไม่ใช่คนดี อาจไม่ดีอย่างที่เทอต้องการ อย่างที่เทอคิดไว้ แต่เราก้อเป็นเราและจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อใครให้มันต้องเจ็บช้ำอีกแล้ว ถ้าเทอรับได้ ก้อดีจัย แต่ถ้ารับไม่ได้ ก้อคิดซะว่า ดีกว่ารู้ช้าเกินไป ขอบคุณที่พูดความจิง ขอบคุณที่ไม่โกหก ขอบคุณที่คอยห่วงใยเอาใจใส่ ขอบคุณที่ไว้ใจให้เราเป็นคนที่เทอคิดว่าใช่ แต่อย่าคาดหวังกับเรามากเลยนะ เราไม่มั่นใจตัวเองจิงๆ ว่าจะเป็นคนที่เทอต้องการ แต่ก้อนะ...ขอเวลาให้เราได้หาคำตอบ อย่าไปคิดมากเลยนะ
......เรามั่นใจว่าเทอต้องไม่ได้อ่าน blog นี้อย่างเเน่นอน แต่เราแค่อยากจะบอกเท่านั้นแหละ......
เพราะอย่างน้อยเทอก้อทำให้เรายิ้มได้ (@_@) 28 August new look ??Let's try to practice english...
I went to bynior's at bangkok centre hotel. Same as the last times dance dance and dance but this times is the last times coz we think we're old. 555+ That day I'm a lady, it's new look ( very very lady). Oh... very hard to spacific detail (T_T) But it's a good time. The next day, I went to R-jek wedding's day. I'm a sensitive girl so i cry when the groom give something to the bride ( he sing a song and do the presentation by himself ) I will keep it in my mind. He is a romance so it make me dissolve heart. 555+
Someone who tell me in love, I will explain that I don't know what I do... But I know that I'm very happy and don't want to be the last time who serious, upset and think about every thing... I will be a new girl (^_^)
P.S. my english is not well but I will try to practice it.
please, tell me if you know how I can good at english. 8 August ตัดสินใจไม่ได้ (ผ่า/ไม่ผ่า/ผ่า/ไม่ผ่า)สืบเนื่องจากที่เราเคยไปหาหมอมา ที่เราเจ็บหัวเข่าแล้วดันพบว่ามีกระดูกงอกซะนี่... แล้ววันนี้ก้อไปปรึกษากับอาจานหมอมาเรื่องจะผ่าตัดดีมั้ย ซึ่งหมอเค้าก้อให้ความเห็นไว้เยอะแยะมากมาย เราตัดสินใจไม่ถูกว่าควรผ่าดีมั้ย เดือนหน้าก้อจะไปหาหมอใหม่พร้อมกับคำตอบ เราควรทำไงดีล่ะ
หมอบอกว่า บริเวณที่มันงอกมาเนี่ยไม่มีผลต่อการเดินเท่าไหร่นะ ขนาดมันก้อเล็กมากเท่าที่หมอเคยเห็นมาว่ามันเจ็บ มันไม่ปูดขึ้นมาเห็นชัดเจน แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเป็นมะเร็งเปอเซนน้อยมาก และคิดว่ามันไม่ใหญ่ขึ้นแล้วด้วย ถ้าผ่าตัดแล้วหมอก้อรับรองไม่ได้ว่ามันจะดีขึ้นมากแค่ไหน พักฟื้นอาทิดนึงก้อหายละล่ะ effect มันมีไม่มาก มีแผลนิดหน่อย แต่ตอนจะผ่าต้องนอนดูอาการก่อนแล้วค่อยเข้าห้องผ่าตัด ฉีดยาชาไม่ได้หรอก เพราะมันจะเจ็บมาก ต้องบล็อคหลัง (ยังกะคนท้อเรย) รู้มาว่ามันทรมานอยู่นะเนี่ย ควรจะตื่นมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่ฉีดยาสลบ แล้วหมอจะเอาสิ่วตอกออก ไม่ก้อใช้คีมตัด (เพราะมานเป็นกระดูกไม่ใช่ก้อนเนี้อ) เนี่ยแหละ ที่เรากลัว หมอพูดซะจะร้องไห้เลย หลังผ่าตัดมันจะปวด มากแค่ไหนหมอไม่เคยโดนผ่าแต่เท่าที่ให้ยาคนไข้ มานก้อปวดนะ... สรุปว่ามันปวดมากนั่นเอง
แล้วหมอก้อบอกว่า ถ้ามันทำให้ชีวิตประจำวันลำบากก้อผ่าเถอะ หมอคิดว่าแล้วแต่เราเพราะผ่าก้อได้ไม่ผ่าก้อได้ (แต่เราไม่รุอ่ะ) ถ้าคิดว่ายังไงก้อจะผ่า ควรผ่าตอนเรียนปิดเทอม ต้นๆปิดเทอมดีกว่า เพราะจะได้มีเวลาพักฟื้นนานๆ ถ้าทำงานแล้วจะยิ่งลำบาก หยุดงานก้อลำบาก ถ้าเก็บมันไว้ไม่ผ่าออก เราก้อออกกำลังกายไม่ค่อยได้ บางทีมันก้อเจ็บบางทีก้อไม่เจ็บ ไขว้ห้างก้อรุสึกเจ็บ ยืนนานๆก้อเป็นนะ แต่มันอยู่ในอาการที่ทนได้แต่มันไม่สะดวกเท่านั้นเอง เราควรจะผ่ามันออกดีมั้ยอะ หรือว่าจะไม่ผ่าเลยดี ตัดสินใจไม่ถูกเลย เบื่อตัวเอง ไม่สบายก้อบ่อย
ถามหมอว่ามันเป็นได้ไง บอกบอกว่ามันเป็นตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ เกิดมาพร้อมเราเกิด แล้วมันก้อโตขึ้นพร้อมเรา ไม่มีสาเหตุหรอก (กรูผิดที่เกิดมานะเนี่ย) ถ้าเราจะผ่าจิงๆก้อไม่ต้องกลัวหรอก เพราะหมอเค้าคงเก่งอะ เป็นอาจานหมอที่ศิริราช มันคงไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก แค่ความกลัวของเราเท่านั้นเอง 9 July เรื่อง แมว แมวไม่อยากจะเชื่อว่า คนอย่างเราจะกลายเป็นคนรักแมวไปได้นะเนี่ย เพราะปกติจะไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดอะ ตั้งแต่เลี้ยงจินนี่ ก้อเห็นว่าแมวน่ารักจัง น่ารักทุกตัว ยกเว้น มันตัวเดียวแหละ ยัยน้องสาวจอมซน แมวรายไม่รู้ วิ่งยังกะกระต่าย ยัง งงๆ อยู่ว่ามันตัวอารายกานแน่ ช่วงนี้เหล่าแมวทั้งหลายที่บ้านขยันออกลูกกันจัง เมื่อวันก่อนฝนตกแรงมาก ลูกแมว 2 ตัว นอนอยู่เพียงลำพังอยู่ที่ระเบียงชั้นสองของห้องน้องเรา แม่มันหายไปไหนมะรุอ่ะ เลยเอากล่องลังขึ้นไปหั้ยมันหลบฝน ภาพแรกที่เราเห็นคือ... แม่แม่ เอาตัวบังฝนหั้ยลูกแมวทั้งสองอยู่พร้อมกับหั้ยลูกมันกินนมไปด้วย ไม่ไกลกันนั้น พ่อแมว มองดูอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปรบกวนการกินนมของลูกแมว ซักพัก พ่อแมวก็ลุยฝนจากไป... น้ำตาเราแทบไหลกับภาพที่แม่แมว ยังรักลูกมันขนาดนั้น เห็นแล้วก้อซึ้ง สงสารที่มันต้องมาโดนฝนสาด แต่ก้อทำได้แค่ แบดูมันทุกวันว่า อยู่ดีมั้ย หิวรึป่าว กลัวแมวตัวอื่นมาแกล้ง ขอหั้ย 2 ลูกแมว เติบโตเป็นลูกแมวที่น่ารักของเรานะ...กลายเป็นผู้หญิงอ่อนไหวไปซะแล้วเรา 11 June รับน้อง รับน้องในที่สุดก้อเปิดเทอมามาได้ 1 อาทิตย์แล้ว เมื่อวันที่ 26-27 พ.ค. รับน้องของมหาลัย เราทำงานหั้ยส่วนกลางอะไม่ได้ทำบ้านรับน้อง concert พี่โต๋น่ารักมากๆ อยากได้อย่างงี้อะ ใครช่วยหาหั้ยคนนึงดิ เชื่อมั้ย นอนตี3ครึ่ง ตื่นตี5ครึ่ง เหอๆ ง่วงโครตๆ เหนื่อยมากมาย แต่แล้วก้อผ่านไป 2 อาทิตย์หั้ยหลังการเรียนก้อเริ่มขึ้น คาบเเรกเรียนออกแบบ วิชาศิลปะเป็นอะไรที่เราเกลียดๆๆๆ คาบวิชาถัดไป เรียนimage chem1 แทบร้องไห้เรยทีนี้ เกรงมากๆ ยากสุดๆ ในที่สุดก้อถึงวันรับน้องภาค เตรียมงานกันมาเนิ่นนาน นั่งรถนานมาก เซง ถึงที่ประจวบแล้วก้อจัดการแกล้งน้องๆตามแผนที่วางไว้ พอตกกลางคืนก้อมีการแสดงตามธรรมเนียมและต่อด้วยบายศรี น้องปีนี้มานไม่เหงมาหั้ยเราผูกมั่งเรย นั่งเมาท์กานอยู่ได้ เหอๆ แล้วก้อกว่าจะได้นอนตี2ได้ นัดน้องหั้ยตื่น7โมงแต่... พี่ๆยังคงนอนกันอยู่ ความรู้สึกแรกที่ลืมตา ปวดตัวมาก และแล้วเราก้อต้องลงไปบูมกลางแดด ทำเอาหน้ามืดไปเลยทีเดียว ขากลับนั่งรถก้อน้านนาน หลับก้อแล้ว กินขนมก้อเเล้ว เฮฮาก้อแล้ว ยังไม่ถึง กทม ซะที แต่วันนี้พอตื่นมา ความรู้สึกแรก อยากจะนอนต่อมากๆ ปวดไปทั้งตัว เหมือนเปงอัมพาทเรยอะ ทรมานมาก ขึ้น-ลงบันได้นี่แซดเรยเปงกันทั้งภาค เหงแล้วตลกดีอะ แล้วเมื่อไหร่จะหายก้อไม่รุเนี่ย ลำบากเจงๆ แต่ตอนนี้ เรียนหนักมากๆ มีแต่วิชายากๆ เครียด เหนื่อย และเซง 6 May Trip อัมพวา(หิ่งห้อย)กลับมาแล้วจ้า...Tripนี้ที่อัมพวา ไปดูหิ่งห้อย ณ ต้นลำพู 5-6 พ.ค. 50
เริ่มออกเดินทาง 5 พ.ค. นัด 7.30 น. ก่าจะมากันได้ 8 โมงได้ละ ขับรถรับเพื่อนๆไปตลอดทาง ครบองค์เมื่อไหร่ก้อ เมาท์เท่านั้นค่ะ...
กินจนถึงสมุดสงครามเรยแหละ(ที่ลดน้ำหนักไปอ่ะ เพื่อรายว้าเนี่ย) แวะเที่ยวอุทยาน ร.2 กะวัดรายซะอย่างมะรุอ่ะ ร้อนมากเรย(เข้าวัดไง) แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ พิพิธภัณฑ์แมวไหย น่ารักทุกตัวเรยอ่ะ (รักสัตว์ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รุอ่ะ) ฟังลุงเค้าเล่าว่า พม่ามาเอาแมวไทยไปตอนมาตีเมือง แมวสวยๆมานเอาไปหมดเรยอ่ะ เคืองวะ ไปพม่าเมื่อไหร่ ช้านจะไปขโมยแมวกลับมามั่ง ฮึ่มๆ แล้วฝรั่งก้อเอาแมวไทยไปจดสิทธิบัติ เซงดิ คนไทย ของไทยแท้ๆ...ถึงที่พัก ห้องสวยงาม เป็นกระจกใส่ๆ (สาวๆทั้ง7 ซึ่งเรียบร้อยมั่กๆ มะรุคนที่มองเข้ามาตาบอดมั่งมั้ย) ถึงแล้วค่ะ อยากจะนอน แต่เปรี้ยว ไปเก็บลิ้นจี่ที่สวนกัน ป้าเจ้าของเค้าหั้ยไม้มาไปเก็บเอาเลยลูกๆ(นังพวกนี้ไปขโมยส้มโอซะงั้น)เหอๆ ฝนตก! หนีขึ้นห้องแล้ว สลบกันทุกราย... อีก1 ช.ม. เรือจะมารับไปดูหิ่งห้อย ฝนตกอ่ะ เซงโครตๆ ซักพักฝนหยุด 7 สาวก้อดีจัย กำลังก้าวเท้าออกจากห้อง ฝนก้อตกอีกรอบ กรูจะเอาไงดีเนี่ย หิ่งห้อยที่รอคอย และแล้ว ฟ้าฝนก้อเป็นใจ หยุดตกซะที รีบๆขึ้นเรือไปตลาดน้ำยามเย็น เดินช้อปปิ้งของกินกันซะเลยเวลานัดกะคนขับเรือเรย ได้เวลาไปดูหิ่งห้อยกานซะทีแล้ว อากาศเย็นเพราะฝนเพิงหยุดตกไป หูยยย สวยจัง หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับไป... บรรยากาศอย่างงี้ ทำหั้ยรุสึกว่า เมื่อไหร่จะมีแฟนว้าเนี่ย... Romantic มากมาย ไปกะแฟนได้นี่ ดีเรย จะรักกันไปอีกนาน เหอๆ (ฝันเฟื่อง) เพื่อนสาว วอร่า ชีชอบสร้างความร้าวฉาน หุหุ บ้ายบายหนุ่มๆ ที่มากะแฟน เหอๆ (ระวังๆ) ขากลับที่พัก คนขับเรือดันลืมว่าที่พักอยู่ไหน ใจเสียเรยช้าน ในที่สุดก้อได้กลับที่พัก เหอๆ วอร่าคนเดิม ชีเปิดฉากความเป็นตัวเองอีกครั้ง หยิบรีโมท TV มาเปิดแอร์ เราไปอาบน้ำก่อน เพราะเหมือนๆจะไม่สบายเรยอ่ะ ได้ยินเสียงจากด้านนอก มันต้องแกล้งรายช้านแน่นอน ออกมาปุ๊บ มานก้อร้องเพลง Happy Birthday To U.... แหมม มันพอดี 1เดือนหลังวันเกิดเราเองแหละเทียนเมิงแรงดีมากอ่ะ จนช้านจะตายละ มานไม่ดับซักอัน กะแกล้งเต็มที่เรยสิ เหอๆ เพื่อนปิ่น ออกมาทั้งผ้าขนหนูนั่นแหละ ยังอาบน้ำไม่เส็ด เหอๆ ทีนี้ก้อได้เวลานั่งกินขนมมมากมายที่ซื้อกันมาจนท้องจะแตก มีแต่ของหวานๆ กินแล้วอ้วนทั้งน้าน (น้ำตาจะไหล แต่ก้อกินอ่ะ) แร้วก้อได้เวลานอน เพื่อนอ้อมเป็นผู้โชคดีที่ต้องนอนคนเดียว (อยากโอนอยออกได้ตั้งแต่ตาแรกเรยนี่) แต่ แต่ ป้าหวีอ่ะ นอนคนเดียวซะงั้น (สงสัยต้องใช้พื้นที่ในการนอนเยอะ) 555+ และแล้ว ทุกคนก้อหลับ เราหลับสนิทเรยอ่ะ ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเรย ตื่นมา ตกจายมั่กๆ
เช้าวันที่ 6 พ.ค. ทุกคนโดนถ่ายสภาพการนอนไว้โดยนู๋ปิ่น เหอๆ แล้วก้อไม่ยอมลงไปกินข้าวกัน นั่งดูการ์ตูนกันอยู่ได้ ก่าจะลงไปกินข้าวกันก้อสายละล่ะ ยังมีขอ2 ไม่พอ.. ทริปนี้มากินโดยเฉพาะ มีเรือขายของผ่านมาก้อเรียกมาซื้อ กินเส็ดทามรายละ ก้อนอนไง มันต้องอ้วนแน่ๆอ่ะ กว่าจะออกจากที่พักก้อบ่าย2เข้าไปละ มานยังพาเราไปวัดอีกวัดจุฬามณี เพื่อนปุ้มอยากไปเสี่ยงทายยกช้าง (มันต้องคิดรายอยู่แน่ๆอ่ะ) ถ่ายรูปกันจนแบตหมดแล้วก้อไปตลาดน้ำอีกรอบ ซื้อของกิน ของฝาก ฝนก้อตก แต่ช้านจะลุย... เดินอยู่จนเย็นก้อได้เวลาต้องกลับซะที ขึ้นรถได้จะทามรายได้ละ ก้อกินไง พอกินหมดก้อนอนอ่ะ เหงมะ อ้วนมากๆ ถึงกรุงเทพ เพื่อนคนเเรกก้าวลงจากรถตอน ทุ่มครึ่ง เราลงคนสุดท้าย ตอน2ทุ่มได้ พวกชีหั้ยวนรถไปส่ง คนนั้น คนนี้ นานมากๆ กลับถึงบ้าน มีความสุข...
- Trip นี้ คนขับรถใจดีมากๆ เหมือนพาลูกๆมาเที่ยวเรยอ่ะ
- ป้าเจ้าของที่พัก น่ารักจัง take care ดีมากๆเรย
- หิ่งห้อยสวยมาก โรแมนติกจัง
- เหงา อยากมีแฟนจัง
- ของกินเยอะมาก กินแต่ขนมหวาน ขนมไทย
- อ้วน!!!
ป.ล. รูปยังได้ไม่ครบ จะตามเอามาลงหั้ยนะจ๊ะ 29 April มันมากไปมั้ย?อีกแล้ว... อาการแบบนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่ชอบมากๆ รู้สึกเบื่อ เซงสุดๆ เพราะอะไรน่ะหรอ เหอๆ ก้อการที่ต้องอยู่กับความเศร้าเนื่องจากการคิดมากของเราน่ะสิ ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้จะหายไปได้ไงซะที ก้อการที่เราแคร์ใครซักคน มันก้อเป็นการเพิ่มความเอาใจใส่ในตัวเค้ามากขึ้น สนใจเค้ามากก่าตัวเองด้วยซ้ำในบางทีลืมนึกถึงความรู้สึกตัวเองไปเลยแหละ แต่เค้ากลับทำสิ่งที่เราเกลียด... แรกๆ เราก้อทำเป็นลืมๆไปซะ เค้าคงไม่ได้ตั้งใจหรอก จะหั้ยความเป็นเพื่อนของเราต้องมาติดขัดเพราะเรื่องแบบนี้คงไม่ช่ายละ แต่พอเวลาผ่านไป... มันยังคงเป็นแบบเดิม เราก้อพอเข้าใจว่า เวลาผ่านไปคนก้อเปลี่ยนไป พวกเทอคงลืมว่าเราไม่ชอบสิ่งที่เทอเคยทำ เทอจึงยังทำต่อไป ตอนนี้เราบอกได้คำเดียวว่าเราเสียใจมาก ที่ไม่เคยมีความหมาย ไม่เคยที่พวกเทอจะสนใจ ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรเราก้อคงจะไม่กล้ารบกวนพวกเทออีกแล้วล่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาที่พวกเรามีความสุข สนุกอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานมันจะทำหั้ยเรายิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีก เพียงเพราะไม่กี่ปีมานี้เราไม่ได้มีโอกาสจะได้อยู่สนุกกันอย่างแต่ก่อน เราเลยอาจจะเป็ยส่วนเกินของพวกเทอ...
เราเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว เพื่อนคือ คนที่สำคัญสำหรับชีวิตเรา พวกเค้าคือส่วนนึงในชีวิต แต่...พวกเค้าเหล่านั้นไม่คิดอย่างเราแน่นอน ไม่เป็นไรหรอก เราเข้าใจดีว่าเราเป็นยังไง
...ถ้าพวกเทอได้อ่าน เราก้ออยากจะบอกว่า ความรู้สึกของเรามันคงจะไม่เหมือนเดิมหรอกนะ หวังว่าพวกเทอคงจะเข้าใจ
ขอบคุณทุกคนที่คอยรับฟังและคอยบอกเราว่าอย่าคิดมาก... เราจะพยายาม เราจะคิดซะว่า ไม่มีใครรักเราเท่าครอบครัวละกาน เพราะเรามั่นใจว่าเรายังไม่รักตัวเองเท่าพวกเทอเลย
21 April ประสบการณ์แปลกๆร้อยวันพันปี...ช้านจะไปดูหนังที่ SF MBK วันนี้ไปดู the number 23 มาแหละ ดูได้แค่ประมาณ15นาทีเองอ่ะ มีพนักงานเข้ามาบอกว่า ตอนนี้มีไฟไหม้หั้ยรีบออก... งงสิจ๊ะ แต่ก้อต้องเดินออกจากโรงหนังด้วยอาการมึนงง เราไม่อยากจะเชื่ออ่ะ ขำๆอยู่เรย ออกมาชั้น7 ควันเต็มเรยอ่ะ คนก้อวิ่งๆ เดินๆ กันเต็มไปหมด ไม่รู้จะเดินทางไหนเรยเรา เดินไปขำไป พอถึงชั้นล่างสุด มองขึ้นไปควันออกมามากก่าเดิมอีกอ่ะทีนี้ แต่พนักงานด้านนอกมันยังเช็ดกรัจกอยู่เลยอ่ะ ซัพักรถดับเพลิงก้อมา คนเต็มเลย ทีนี้ม่ายรุจะไปไหนเรยอ่ะ อยากดูหนัง อย่างเซง ก้อเรยเดินเล่นซักพักแล้วตัดสินใจกับเพื่อนว่า อยากดูหนังอ่ะ เดินไปดู Hannibal rising ที่ลิโด้ต่อ ไม่เคยมาดูที่นี่เลยทั้งคู่ เดิน งง กานอยู่ซักพักเรยแหละ ในที่สุดเรื่องนี้เราก้อได้ดูจนจบ...เหอๆ ตอนกลับยังอยากจะเดินไปดูว่ามันเปงไงมั่งเรย เสียดายไม่ได้ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ หุหุ รอดมาครบ 32 ไม่โดนเหยียบจ้า... 6 April ฝึกงานจ้า...ฝึกงาน ไทยวัฒนาพานิช นิคมอุตสาหกรรม บางปู
ตอนแรกคิดว่ามันต้องสนุกสนาน อยากไปอยู่หอ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่...วันแรกก้ออยากกลับบ้านซะแล้ว อยู่กับเพื่อนๆอีก10คนได้ มันสนุกดีแต่มันก้อเหงาแปลกๆ อยากกลับบ้าน เริ่มงานวันแรก เฮ้อ...รอรถบริษัท มารับ แม่ง มาแล้วดันไม่จอบรับซะงั้น ต้องนั่ง 2แถว แล้วเดินต่อไปอีกเกือบกิโลอ่ะ แซด...เหนื่อยโครต เริ่มด้วยการฝึกที่ห้อง prepress มันไม่ค่อยมีรายหั้ยทามเรย มีแต่ทำ plate ล้าง plate เช็ค plate แบกไปส่งแท่นพิมพ์ แบกกระดาษ (หลังๆเริ่มออกแนวกรรมกรเนอะ) ได้ทำ ดัมมี่ กะ lay out พี่เค้าสอนโปรแกรมpage maker ด้วยแหละ ทามไม่เปงโง่มากมาย หลังๆไม่มีรายทาม พี่เค้าก้อเลยหั้ยนอนๆหลับไปซะจะได้ไม่ซนทามรายของเค้าพักอีก ไปนั่งวาดรูป กระดาษเค้าเต็มโต๊ะเรย... อ้อ เมื่อวันที่ 5 ได้ล้างเครื่องล้าง plate ด้วยแหละ ถอดเครื่องจักร ออกมาขัด แล้วประกอบกันเอง(ดีไม่ทามของเค้าพัง) ถ้าลงไปทามแท่นพิมพ์ข้างล่างคงเหนื่อยกว่านี้น่าดูเลยอ่ะ เซงตายพอดี ไม่อยากอยู่หอแร้ว... คิดถึงบ้าน คิดถึงป๊ากะแม่ ว่างๆโทรไปเมาท์กันมั่งสิ รู้มั้ยว่ามานเซงนะเพื่อนๆ 30 March ใกล้วันเกิดเราละนะเนื่องในวันเกิดของเรา...อยากประจานตัวเองอ่ะ
1. เราปงคนปากไม่ดีอ่ะ พูดตงๆ ไม่คิดก่อนอ่ะ แต่เราคิดมากนะ เสียใจทีหลังก้อมากมาย สงสัยไรก้อถามเลย เรื่องบางเรื่องไม่น่าถามเราก้อถาม (ใครเคยโดนแร้วก้อจะรู้) เราว่ามัน clear ดีนะ เพราะเราชอบคิดมากไงล่ะ
2. ขี้น้อยใจเกิ้น...ถ้าเทอละเลยเรา เราก้อจะคิดว่าช้านไม่มีค่าสำหรับเทอแล้วล่ะสิ
3. ติดเพื่อนมากอ่ะ...จนทำหั้ยเสียใจมามากต่อมาก เพราะเพื่อนไม่รัก...sad
4. ดื้อมากเหอะ...เถียงจนขาดใจ ช้านไม่ผิด
5. โหดใช่เล่น...ดุ(เพื่อนบอก)จะกัดเค้าเรื่อยอ่ะ
6. ช้านไม่ได้อยากดำ แต่ให้ทามไงล่ะ ... จำคำพูดที่พวกเทอพูดกะเราไว้นะ ไม่ได้เคือง แต่ให้จำไว้
7. ชีชอบอกหัก ชอบใครมันก้อสุดๆ เจ็บแบบแรงๆ แต่ไม่ค่อยจะจำเรย ซ้ำรอยประจำอ่ะ...
8. ลืมยากอ่ะ... ชอบแอบแว๊บคิดถึงคนในอดีต
9.ข้อสุดท้ายละกัน เลขสวย...หาแฟนไม่ได้!!! ไม่มีใครรัก เพื่อนไม่ค่อยสนใจ กรูเหงานะพวกเมิง...
ใครอยากว่ารายเราอีก ment ไว้ได้เลยนะ
ฝันว่ามีชายหนุ่มแสนดี...มาขอเป็นผู้ดูแลช้าน เค้าคือผู้สร้างความสุข มอบความอบอุ่นและกำจัดความเหงาออกไปจากช้าน วันนี้มันเป็นแค่ฝัน แต่ช้านหวังว่ามันต้องเปงจิงนะ...คนเราต้องมีความหวัง จิงมะ
5 เม.ย. มันเป็นวันธรรมดา แต่มันเป็นวันที่จะทำหั้ยช้านดีจัยได้ เมื่อได้ยินเสียของพวกเทอโทรมา Happy Birthday ช้าน...
24 March Trip นี้ที่เสม็ดระยะเวลาการเดินทาง : 19-21 มี.ค. 2550
ผู้ร่วมชะตากรรม : ปุ้ม อ้อม ภา จิง-จิง ( พี่ๆปี 4 ทั้ง11ชีวิตด้วย)
19 มี.ค.50
เริ่มจะออกจากบ้านก้อฤกษ์ดีซะแล้ว ฝนตกเมื่อเรากำลังก้าวเท้าออกจากบ้าน ข่าวบอกวันนี้มีสุริยุปราคา (เกี่ยวรายกานวะเนี่ย) ต้องโทรปรึกษากันใหม่ว่าจะเอาไงดี จน 7.05 น. เริ่มเดินทาง ลุยฝน (เพราะตูจะไป) ถึงเอกมัยเจอพี่ๆปี4 เค้าจะไปเสม็ดกัน (ดีอ่ะ ไปพร้อมเราเลย) ระหว่างทางก้อดูแสนสนิท ดูไปหลับไป มัน ตึง-ตึง!! ถึงบ้านเพ หิวมากมาย ไปไม่ทันเรือรอบนั้นละ ต้องรอรอบต่อไป ก้อเเวะ 7-11 ( Trip นี้ NO Al) SPY 4 ขวด พวกพี่ๆ 6 กลม 2 ลัง นั่งเรือนานอยู่อ่ะกว่าจะถึงเกาะ ถ่ายรูปแล้วถ่ายรูปอีก คนที่นั่งข้างพี่ปลาน่ารักดีเนอะ... ใครมะรุอ่ะ เพื่อนๆช้านมานกรี๊ดกัน ยัง...ยังไม่ถึง ต้องมาต่อแพอีก พอขาเหยียบน้ำทะเลเพิ่งรู้ว่าที่นี่เข้าเป็นอุทยานแห่งชาติ และแล้วก้อแยกทางกับพี่ๆไปตามที่พัก เราอ่ะจองไว้แล้ว แต่พี่ๆเค้าจะไปเดินหากันจ้า... ไหนฟระ Lungwang Wonder Land....เจอซะที ไมห้องมันแคบงี้อ่ะ อึดอัดตาย ต้องมาขอเปลี่ยนห้องอีก ย้ายไปซะ เออห้องใหญ่นี่ค่อยน่านอนหน่อย ในที่สุดพี่ๆก้อต้องมาพักที่เดียวกะเราเพราะที่พักอื่นมันเต็ม แล้วก้อลงเอยด้วยการถ่ายรูป ยังไม่ทันไรเลย ฝนตก! ลมพัดแรงมากๆจนเราปลิวอ่ะ ต้องนั่งลง หมดอารมณ์ ต้องเข้าที่พักเลย พอฝนหยุดก้อออกร่าเริง ไปเดินเล่นที่หาดวงเดือน กะพี่ๆ มากัน4คนไม่ได้ไปหรอกทางมันมืด หาดที่เราอยู่มันไม่มีคนเลยด้วยแหละ หาดวงเดือนตอนกลางคืนมีแต่ร้านเหล้า ตอนแรกพี่ๆจะพาไปผับ แต่มันดับอยู่ที่หาดทรายแก้ว หาดนี้ไม่มี เลยกับไปนั่งกินที่ห้องพัก เราก้อไปนั่งกินกันริมชายหาดกะเพ่อนๆ นั่ง บิ๊ว... ซักพักพี่ๆก้อตามมานั่งด้วย เท่านั้นแหละ NO Al มันก้อกลายเป็นไม่เมาได้ไง "น้องภาคป่าว หมดแก้ว" คนนี้ก้อบ้าจี้ ไม่เมา ได้อีกเรื่อยๆ แต่พูดมากโครตๆ ด่าเค้าไปทั่ว แบบขำๆนะ รุ่นพี่รุ่นเพื่อน555+ จนเพื่อนต้องลากกับห้อง ไม่ ชีดื้อ จะไปหาดวงเดือน พี่เค้าจะพาไปดูดบารากุ เพื่อนปุ้มมันเสนอคำว่า มึงจะไปดูมารูโกะหรอ ในที่สุดก้อต้องนอน (วีรกรรมพี่ปลากะพี่ใหม่ขออุบไว้นะเดี๋ยวเจ้าตัวด่าเอา)แต่ชีก้อยังไม่นอน โทรไป clear line อีกอ่ะ ยังขำตัวเองไม่หายเลย ดีจะได้หายสงสัยซะที ต่อไปคงเปิดใจมากก่านี้ละล่ะ
20 มี.ค.50
ตื่นแต่เช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น ไมมันขึ้นสายจัง7โมงอ่ะ ไม่ค่อยเป็นอย่างที่คิดเลยด้วย แล้วก้อกลับไปนอนต่อเหอะ เพื่อนๆเค้าไปเล่นน้ำทะเลกัน ช้านไม่ไหวๆ ยังไม่หายมึนเมื่อคืนดึกมากมาย งีบต่ออีกนิด แล้วก้อค่อยชวนพี่ยู้ไปกินข้าวที่หาดวงเดือน ยามเช้ามันช่างต่างกับตอนกลางคืนมาก เงียบ ไม่มีคน สกปรก และเหม็น... กลับสิจ๊ะ ไปกินที่ที่พักเราดีกว่า ยังไม่ทันจะถ่ายรูปเลย พายุเข้าไง... ฝนตกอีกละ ลมแรงมาก ได้แต่เข้าห้องไปนอน...นอน...นอน ตื่นมาก้อเลนไปเดินเล่นต่อ มีอยู่แค่นี้แหละ วันๆ ตกเย็นๆเราเลยได้เล่นน้ำกะพี่ๆ ส่วนเพื่อนๆนอน แล้วก้อมากินข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่าง คิดได้ไงฟระ หวั่นๆ คืนนี้จะได้มึนอีก แต่ก้อแค่แก้วเดียว โดยป้ารหัส... ฟ้ามืด ก้อไปหาดวงเดือน พี่ๆไปทำตามความประสงค์กัน แต่4สาวไปเดินเล่น นอนดูดาว ฟังเพลง บิ๊วอีกอ่ะแหละ นั่งกินมาม่า ตูดเปียกเลย ตอนจะกลับที่พักก้อนะ หาพี่เดินกลับไปด้วย พี่เจมส์บอกหั้ยรอ หันไปอีกที พี่ท่านไปซะละ ต้องวิ่งตามไป เหอๆ งี้แหละ ถึงห้องเพื่อนก้อนอนกานหมดและ เพื่อนกิ๊งดันโทรมาบอกว่าเกรดออก ถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว แล้วพี่ปลาก้อมาชวนออกไปนอนดูดาวกัน เชื่อมั้ย... ท้องฟ้ามืด มีดาวสวยมากเต็มท้องฟ้าไปหมดเลยอ่ะนอนดูจนดาวหายไปหมดเลย หนาวมาก คลื่นแรงพัดสะพานที่เรานอนสั่นจนรู้สึกได้... เลยเข้าไปนอนในห้องดีกว่า
21 มี.ค. 50
เช่นเคย ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่เพื่อนๆไม่มีใครมากะเราเลย มันนอนอยู่ในห้องทิ้งเราเดินออกมาคนเดียว หาดนี้ดูเงียบสงบ มีแต่เสียงคลื่น เหมือนว่าเราอยู่คนเดียว เพราะมองไปทางไหนก้อไม่มีใครแม้แต่คนเดียว แล้ววันนี้ก้อได้เห็นแสงแดดเป็นครั้งแรกบนเกาะนี้ คิดว่าจะไม่ได้กลับบ้านซะแล้ว เก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ที่นี่เค้าเลี้ยงหมูป่าไว้ตัวนึงชื่อมารวย น่ารักดี ตัวใหญ่มากเลยแหละ แล้วตามประสา ก้อไปถ่ายรูป สู้แดดกันที่สะพาน ริมหาด สารพัดที่ ที่อยากถ่าย แล้วก้อถึงเวลาเรือออก กลับขึ้นฝั่งกันซะที พี่บิ๊กก้อเดินมาส่งที่ท่าเรือ เพราะพี่บิ๊ก พี่เจมส์ พี่วุด อยู่ต่ออีกอ่ะ (เปรี้ยวน่าดู) ถึงบ้านเพก้อต้องตีตั๋วรถก่อน แล้วไปกินข้าว ซื้อของฝาก กว่าจะได้ขึ้นรถก้อรอบ 5 โมงอ่ะ รถมันวิ่งอ้อมมากมาย กว่าจะถึงเอกมัย 3 ทุ่มนะคะ มืดก้อมืด มันจะเอาไปขายที่ไหนป่าววะเนี่ย แต่แล้ว พวกเราก้อกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพกันทุกคน.....
คำยอดฮิต
-SURE!
-ปุ้ม อ้อม ภา จิง-จิง (ใส่จังหวะเข้าไปดิ)
-ตึง-ตึง
-+++
Trip หน้า อัมพวา set ใหญ่ ปลายเดือน พ.ค. เพื่อนๆเคลียตัวเองด้วยนะจ๊ะ
16 March อีกหนึ่งความภูมิใจสืบเนื่องมาจากซัมเมอร์ปีที่แล้ว แทบทุกคนในภาคได้ทำ project กันเป็นกลุ่มๆ จำกันได้มั้ยเอ่ย... กลุ่มไหนวิจัยได้ผลแล้วก้อถือว่าโอเคแล้ว แต่...แต่ กลุ่มเราเกิดข้อผิดพลาดบางประการ มีคนอื่นมาเห็นข้อมูลที่เราวิจัยไว้ จึงต้องไปจดอนุสิทธิบัตร(ดูยิ่งใหญ่ว่ะ) หลังจากนั้น ก้อต้องทำวิจัยต่อไป เพราะเป้าหมายของการสกรีนภาพด้วย chocolate ของเราไม่ใช้แค่เป็นภาพ แต่ต้องทำเป็น 4 สี (ไฮโซเวอร์) ม่ายรุว่าจะทำได้จิงป่าวแต่ก้อต้องพยายามทำกันต่อไป...อารมณ์ตอนนั้นคือ เบื่อ...เหนื่อย...งานอื่นก้อเยอะ ไม่อยากจะทำแล้ว แต่บางอย่างก้อบอกว่า ทำมาขนาดนี้แล้ว ทำต่อไปเหอะนะ... ในที่สุดก้อต้องดำเนินการต่อไป
โครงการนักคิดนักประดิษฐ์ เป็นสนามแรกหั้ยเราทั้ง 4 คน ได้ลงมือพิสูจน์ความสามารถ(ที่ไม่ค่อยจะมี) หลังจากได้พยายามผลิตผลงานหั้ยออกมาพอใจที่สุด และส่งเข้าประกวด (คิดว่าไหนๆก้อทำมาละ ลองส่งดูเหอะ) แต่แล้วปัญหาของเราอยู่ที่การ present เนื่องจาก ช้านกัวหน้าห้อง กัวสายตาคนเยอะๆ กัวไมค์ เพราะมันกดดัน 15 มี.ค. ขั้นฝึกซ้อมการ present ถึงขึ้นน้ำตาคลอ เครียดๆๆๆ ช่วยด้วยเหอะ อยากหยุดซะที แต่แล้วต้องผ่านไปหั้ยได้ ตอน present จิงก้อมั่วๆ แต่ก้อถือว่าโอเค ตอบคำถามกรรมการไปได้อย่างเรียบร้อยดี 16 มี.ค. ฟังผลการประกวศไม่อยากเชื่อเหอะ ได้รางวัลชนะเลิศ เวลาที่เหนื่อยไปมันก้อคุ้มค่า มีกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะเลยทีเดียว ได้มีเรื่องดีๆกะชีวิตกะเค้ามั่งก้อคราวนี้แหละ อนาตคจะต้องทำไรต่อไปยังไม่รู้เลย คาดว่าจะต้องเหนื่อยอีกมากเลยแหละ แต่วันนี้ ดีจัยมากๆ ขอบคุณเพื่อนๆที่คอยหั้ยกำลังจัยเราเวลาที่เราท้อนะ... วันนี้เราก้อรู้แล้วว่า ตัวเราเองก้อมีประโยชน์เหมือนกัน
...ถึงแม้ว่า เทอจะไม่ต้องการช้าน แต่ช้านคงไม่ใช่คนไร้ค่าช่ายมะ... 5 March มันคือเรื่องเศร้า...การที่เรายิ้ม... ร่าเริง... สดใส... มีความสุข...(ได้ไม่นาน) ที่เราอารมณ์ดี ที่เพื่อนๆสงสัยกันว่ามันแปลกๆ ผิดปกติแน่ๆ อ่ะนะ แสดงว่าปกติเราโหดเจงๆหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่ออ่ะ แต่เราร่าเริงก้อยังดีก่าที่เราดุไม่ช่ายหรอ แต่ดันมาบอกว่าปรับตัวไม่ทันเปงอย่างเดิมเหอะ เพื่อนตู... คงจะได้เปงอย่างเดิมอย่างที่เพื่อนๆเรียกร้องแล้วล่ะ เพราะอาการอารมณ์ดีของเรากำลังหายไปเรื่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติถึงขั้นเศร้า... การที่เรารู้สึกดีๆกับใครซักคน แค่เราได้คิดไปเพียงคนเดียวมันก้อทำให้มีความสุข แต่ความจิงมันโหดร้ายกว่าที่คิด แต่เราต้องรับให้ได้ เพราะมันคือความจริง แล้วทีนี้ปัญหามันคือการตัดเค้าออกไปจากชีวิตที่คอยนึกถึงแต่เค้า เวลานึกถึงทีไรก้อต้องยิ้มเปงทุกที เวลาที่เมื่อเหงหน้าเค้าแล้วมีความสุข เวลาที่เราได้คุยกันมันทำให้สดใสขึ้นเยอะเลย แต่เค้าไม่ได้คิดอย่างเราหรอก เราต่างกัน... คนที่คิดมากกับทุกสิ่ง กระทั่งคำพูดที่ไม่ได้คิดของเค้า คำพูดที่คอยทำให้เราต้องเสียความรู้สึก เพราะความไม่คิดมากเลยแม้แต่นิดเดียวของเค้า ช้านพยายามทำใจให้ชิน รับให้ได้ ใจเย็นขึ้นเยอะเลยทีเดียว แต่... มันไม่ง่ายอย่างงั้นสิ ผลเปงไงเราก้อรู้ๆอยู่ล่ะ อยากจะบอกกับพวกเทอไว้นะ การไม่ใส่ใจในคำพูดบางทีมันก้อดีตงที่ไม่ต้องไปคิดมาก แต่ข้อเสียมันก้อเยอะมากทีเดียว บางทีคำพูดของเทอมันเปงการให้ความหวังกับคนที่เทอคิดว่าเค้าเปงเพื่อน อาจไม่รู้ว่าคนนั้นอาจรู้สึกดีๆกับเทอมากกว่าเพื่อน เปงห่วงเทอมากกว่าตัวเอง นึกถึงตลอดเวลาว่าตอนนี้จะทำรายอยู่นะ จะสอบแล้วได้อ่านหนังสือมั่งมะ อยากคุยด้วยตลอดเวลา แต่ลืมสนใจตัวเองไปเลย... เราจะสัญญากับเองว่า เราจะรักตัวเองหั้ยมากขึ้นนะ หลังจากที่เราทำสิ่งที่เราตั้งใจจะทำหั้ยเค้า ก้อคงอีกไม่นาน เราจะกลับมาเปงคนเดิม เจ็บมามากพอ ไม่รู้จักจำเนอะ... 12 February intro rec campเริ่มออกเดินทางจากสถานีรถไฟ เราก้อไปผิดที่ซะแล้ว แต่ดีนะ ไปทันรถออก (แอบมึน) ขึ้นรถได้ เมาท์แหลกค่ะ แต่งนิราศสงสารคนอ่านเลยแหละ ถึงที่พัก ผู้หญิงนอนบนแพ ผู้ชายนอนบ้านด้านบน (แปลกๆมะเนี่ย) กิจกรรม walk rally สนุกมากมายชนะเลิศ... คืนนั้น cowboy night party เหอๆ ออกแนวลูกทุ่งกันป่ะ เล่นเกมตามซุ้มต่างๆ ร้องเกะกันได้แสบหูมาก ไม่ยอมหลับยอมนอน dance มาราธอน กว่าจะได้นอนซะทีเหอะ วันรุ่งขึ้นต้องตื่นแต่เช้า เพื่อนโอ๋ขี้เซาว่ะ โทรศัพท์ปลุกแล้วไม่ตื่น เราก้อเลยเรียก ... สะกิด ... ดดังขึ้น... เขย่า... แทบตะโกนแล้ว มันก้อตื่นมาปิดแล้สนอนต่อ เหอะ คนเรา ไปเข้าวัด ทำบุญตักบาตร ... ไม่ร้อนเว่ย แล้วเราก้อไปโดหอ (ได้ข่าวว่าแอบกลัวความสูงนิดนึง) ขึ้นบันไดไปขาสั่น เหอๆ แต่ตอนโดดไม่เหงตื่นเต้นเลย พอโดดไปแล้วก้อนะ เย็น วิวสวย และแล้วก้อหั้ยเรือลากแพกลับไป แอบโง่ ขาไปติดร่งแพ แม่งเจ็บโครต (พิการอีกละ) เก็บของกลับบ้าน รถไฟมาช้า ร้อนก้อร้อน กินตลอดเวลาเลย แต่ที่แปลกเหอะ เดะจุฬาเปงงี้เจงๆ... รถไฟจอดที่สถานีกาญ เค้าคนนั้น ลงจากรถไฟ ไปซื้อของกิน และแล้ว...รถไฟก้อออกไป ได้ยินเพียงเสียกรี๊ดของเพศชาย 1 คน เดือดร้อนนายสถานี ต้องจอดรถไฟรอ ไปรับเค้าคนนั้นกลับมา ท่ามกลางความงงงวยของทุกๆคน แต่แล้วเราก้อกลับถึงได้อย่างสวัสดิภาพ และ trip นี้ก้อไปอย่าง photo เจงๆ ถ่ายมันทุก shot ไม่ถ่ายวิวด้วยนะ ถ่ายตัวเอง... 29 January งาน concertไม่อยากเชื่ออีกแล้วล่ะ ในชีวิตเราจะได้ไปเต้นเปิดงาน concert งานใหญ่ มีAF1 AF2AF3 พี่เบริ์ด ธงชัย มาช่า ฟิล์ม โห มี super star อย่างพี่เบิร์ดมาบอกเราว่า สู้ๆนะ ประมาณหั้ยกำลังใจเราตอนเราจะแสดง เดินลงจากเวที ยังไม่ทันหายตื่นเต้น พี่ๆเอเอฟทั้งหลายก้อเดินชนกันได้อย่างเนียนๆเลยแหละ ไม่น่าเชื่อช่ายมะล่ะ แต่ว่าเราก้อเหนื่อยมากกับงานนี้ ต้องเต้นท่ามกลางคนเป็นพันๆ เป็นงานครบรอบ จจ ปี ของ SCB เพิ่มความกล้าหั้ยกับเราได้เยอะเลยแหละ แต่วันนี้ไม่สบายแล้วเพราะวันนั้นเหนื่อยมากไปหน่อย เหอๆ ลืมตัวกะทันหัน หลังจากนี้เราก้อคงจะมีเวลาหั้ยกับตัวเองมากขึ้นแล้วล่ะ จะลองปรับตัวเองหั้ยไม่ต้องไปติดเพื่อนมากนัก จะได้มีเวลามาเป็นห่วงตัวองไงล่ะ 21 January งานบอล จุฬา-ธรรมสาดในที่สุด...วันนี้ก้อผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ซะที หลังจากที่ต้องฝึกซ้อมมาเป็นเวลานาน เหนื่อยกับสิ่งที่เรารัก แต่เป็นสิ่งที่คนอื่นไม่สนใจ บางที่เค้าก้อไม่เข้าใจเราหรอกว่าเราทำไปทำไม นั่นสิ จากการที่ต้องอดหลับอดนอน ปวดเมื่อยล้า ซ้อม Pom-Pom จนไปเรียนไม่ทัน ไปสอบไม่ทัน และทำ Lab ไม่ทันด้วย น่าโมโหเนอะ แต่ที่เราโกรธน่ะ มันมีมากกว่านั้นนะ มันเป็นข้ออ้าง กับการปิดบัง ในเมื่อ เทอ ไม่เข้าใจช้าน งั้นเราก้อไม่ต้องเข้าใจกันอีกต่อไป ไปอยู่กับคนที่เทอคุยด้วยแล้วมีความสุขน่ะดีแล้ว ถ้าการเมินเฉยต่อกันทำหั้ยสถานการณ์มันจะดีขึ้นล่ะก้อ ช้านก้อจะทำ เสียดายเวลาที่เราคบกันมานาน เสียดายที่ช้านพยายามจะใส่ใจคนที่เค้าไม่สนใจ แต่นั่นมันเมื่อวาน รู้ไว้ซะ!!!
วันนี้ ผลการแข่งขันฟุตบอล ก้อ 1-1 เสมอกันแต่ stand จุฬา เต็มตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ เร็วมากๆ เราได้เต้น Pom-Pom อย่างที่เรารอคอยมานาน ได้เต้นมินิคอนเสริ์ต ของประธานเชียร์ สนุกมากเลยแหละ ได้เห็นอะไรอีกมากมาย ที่เค้าไม่อยากจะบอกเรา ตัดขาดกันไปแล้วช่ายมะ.... แต่กว่าจะถึงวันนี้เราต้องแลกกับความรู้สึกดีๆที่เสียไปกับพวกเทอ... นี่แหละที่อยากบอก 13 January ความเหนื่อยที่ภาคภูมิใจใกล้จะงานบอลแล้วจ้า....
ฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ 20 ม.ค. 50
วันเสาร์นี้แล้วสินะ ... ที่เรารอคอยคือการที่ pom-pom จะได้เต้นวันนั้นด้วยแหละ แต่..การซ้อมเพิ่งจะเริ่มได้ไม่นาน ความสมบูรณ์ยังไม่เต็ม 100 เวลาก้อใกล้เข้ามาทุกทีๆ ซ้อมหนัก เลิกดึก เหนื่อยมากมาย ปวดตัว ทรมานสุดๆ เหอๆ การรอคอยของเราจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ได้ป่าวน้า งานนี้คงเป็นงานสุดท้ายของเราแล้วล่ะ เพื่อนๆอย่าลืมไปเชียร์ เราด้วยนะจ๊ะ จุฬาสู้ๆ!!
16 October ชีวิตกับความเหงากลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง อยู่กับตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรก ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มความเหงามากขึ้น มันซ้ำแผลเก่าที่เคยเป็น ไม่มีใครรู้ใช่มั้ยว่าเราเป็นอะไร ดีแล้วล่ะ เพราะพวกเทอไม่เคยสนใจช้านเลย ไม่เคยรู้สึกช่ายมะล่ะ แต่ช้านรู้สึกได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทำอะไรก้อเซง ไม่มีเวลาว่าง การประชดตัวเองเป็นสิ่งแรกที่นึกออก ทำทุกอย่างหั้ยไม่มีเวลาว่างที่จะนึกถึงมัน จนเปลี่ยนความเคยชินที่ติดเพื่อน เป็นติดเกม ติดโทรศัพท์ เป็นติดการดูหนัง ดีมั้ย... ไม่ได้โกรธ เราจะชินแล้วล่ะ ขอหั้ยมีความสุขนะ..... 9 September ไม่สบายซะแล้วเราหลังจากที่มีอาการเจ็บที่หัวเข่าเรื้อรังมานานประมาน 7 ปี แล้วไม่ยอมไปหาหมอ เพราะไม่รู้จะบอกหมอว่าเปงรายเนื่องจากมานเปงๆ หายๆ อ่ะนะ ออกกำลังกายหรือซ้อมเต้นทีไร เป็นทุกที เคยซ้อมเต้นแล้วตกลงมาหัวเข่าก้อกะแทกพื้น เดินพิการไปหลายวัน ก้อยังไม่คิดจะไปหาหมอนะเรา จนวันนึงคงถึงเวลาที่เราต้องทำไรซะอย่างละ เพราะว่า เข่าอีกข้างมันดันเจ็บ(ทีนี้2ข้างเรยเมิง) นั่งก้อลำบาก เดินก้อลำบาก ถึงกับต้องหยุดเรียนเพราะเดินไม่ค่อยได้ เหอๆ แมร่ง ไปถึงโรงพยาบาล
เป็นไรมาครับ ไหนหมอขอดูหน่อย -- แล้วเค้าก้อดึงขาเรา กดๆ แล้วบอกว่า เข่าหลวมนะ (นึกในใจ กรูแก่แล้วหรอว่าเนี่ย) หมอว่าไป X-ray ดีกว่านะ
ไปห้อง X-ray หั้ยเรานอนเอียงไป เอียงมา ตลกมากมาย ไม่เคยเจอมาก่อน พอเสร็จแล้วก้อไปรอฟังผล
หมอบอกว่า เอ่อ.... มาดูนี่สิ เห็นมั้ยว่ากระดูกมันงอกออกมา ( มีโรคนี้ด้วยหรอวะ ทีแรกนึกว่าเนื้องอกในกระดูก) คงต้องรอดูอาการซัก 6 เดือนนะ ถ้ามันโตขึ้นกว่าเดิม ก้อคงต้องผ่าตัดเอามันออก (อีนี่ยังขำอยู่ โรครายว้าแมร่ง) ในที่สุด เราได้แต่รอ... รอ... รอ... ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แต่ก้อรู้สึกเสียดายที่ไม่ยอมไปหาหมอตั้งแต่แรก แต่ก้อยังดีที่ตอนนี้รู้แล้วดีกว่าสายเกินแก้ไข..... |
|
|